หลักการ
1. จะต้อง ช่วยกัน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ให้สามารถใช้ประ โยชน์ได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน จนถึงชั่วลูกชั่วหลาน
2. ลดปริมาณการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างฟุ่มเฟือย และ สิ้น เปลือง และลดปริมาณของเสียที่ปล่อย ไปเป็น อันตราย ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. เปิดโอกาสให้คนในชุมชน ได้มีโอกาสใน การจัดการ และการรับผิดชอบร่วมกันเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้อง ถิ่น ตลอดจนการบริการการท่องเที่ยวและการได้รับผลแระโยชน์จากทรัพยากร
4. มีการประชุม และปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น หน่อย งานหรือองค์กรเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และคนในชุมชน เพื่อการวางแผนเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร อย่างเหมาะสม
5. มีการเผยแพร่แนวคิด การวิจัย และความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน ออกไปให้เป็นที่รู้จักกันอย่างขว้าง ขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นโยบายนโยบายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1. ต้องมีการควบคุม ดูแล รักษา และจัดการทรัพยากร การ ท่องเที่ยว ให้คงสภาพเดิมแท้ไว้ให้ มากที่สุด หลีกเลี่ยง หรือ งดเว้น การท่องเที่ยวในพื้นที่ที่อ่อนไหว ง่ายต่อการถูกกระทบ หรือฟื้นตัวยาก
2. ต้องคำนึงถึงศักยภาพ ของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีอยู่ มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม และปรับให้เกิดความสมดุล กับรูปแบบและกิจกรรมที่มีอยู่เดิม
3. ต้องคำ นึกถึง การพัฒนาด้านการให้การศึกษา สร้างจิตสำ นึกที่ ดีในการรักษาระบบนิเวศร่วมกัน มากกว่า การมุ่ง เน้นความ เจริญทางด้านเศรษฐกิจ และการมีรายได้อย่างเดียว
4. ต้องให้ความสำคัญ ต่อการมีส่วนร่วม ของประชาชนและองค์กรในท้องถิ่น ในการจัดการทรัพยากร การบริการ การแลก-เปลี่ยน ความรู้และวัฒนธรรมของชุมชนในกระบวนการท่องเที่ยว รวมทั้งการมีส่วนร่วม ในการวางแผนการ พัฒนา หรือให้ประชาชน มีตัวแทนเป็นคณะกรรมการร่วมในทุกระดับ
5. ให้องค์กรต่างๆ กำหนดบทบาทที่ชัดเจน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีการจัดสรรงบประมาณ บุคลา กร และกำหนดวิธีการจัดการที่เหมาะสม
6. นำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เข้ามาสู่แผนพัฒนาระดับต่างๆ อย่างมีความสำคัญ ได้แก่ แผนพัฒนา ท้องถิ่น แผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนาภาค พร้อมทั้งให้มีการจัดสรรและกระจายงบประมาณ อย่างทั่วถึงและเพียงพอ
7. สนับสนุนการศึกษาวิจัย และประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการ และ การแก้ไขปัญหา และการปรับปรุงแผนอย่างเป็นขั้นตอน
8. มีการใช้กฎหมาย ในการควบคุมดูแลและรักษาสภาพแวดล้อม ของแหล่งท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด โดยเน้นการ แนะ นำ ตักเตือน และการสร้างวินัยการท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย
9. จัดทำแนวทางปฏิบัติ หรือคู่มือการจัดการ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการ มีส่วนร่วมในการพัฒนากา รท่องเที่ยว เชิงนิเวศ อย่างถูกต้อง
10. จัดให้มีเครือข่ายการท่องเที่ยว เชิงนิเวศ ทั้งในทางแนวตั้งและแนวนอน โดยให้มีการประสานงานด้านข้อมูล และ ข่าวสาร การจัดการร่วมกันทุกระดับ
องค์ประกอบองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1. ทรัพยากรการท่องเที่ยว ประกอบด้วยแหล่งท่อง เที่ยว ต่างๆ เช่น น้ำตก ภูเขา ทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังคงความเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นต้น
2. นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นนักเดินทางที่แสวงหาความ เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์ในการเดิน ทาง เพื่อการเรียนรู้และชื่นชมธรรมชาติ โดยไม่ทำลายหรือ สร้าง ความเสื่อมโทรมให้กับแหล่งท่องเที่ยว
3. การตลาด เป็นการส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับ การ ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน อย่างถูกต้อง ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ เป็นทางเลือกใน การช่วยตัดสิน การท่องเที่ยว อย่างเหมาะสมกับบุคลิก และความสนใจ สามารถยอมรับกฎและกติกา ในการปฏิบัติในรูปแบบ ของการท่องเที่ยว เชิงนิเวศได้ ก่อให้เกิดการสร้างนักท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพและนำไป สู่การ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อไป
4. การบริการ เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของข้อมูล และข่าวสาร ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่น
กิจกรรม
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ทะเลแหวก
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand อีกที่หนึ่งของจังหวัด กระบี่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจาก อิทธิพลของ น้ำขึ้นและน้ำลง ทำให้สันทรายของเกาะทั้ง 3 คือ เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ ปรากฏขึ้น เมื่อน้ำลด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ไป - มา ได้ระหว่างเกาะ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาถ่ายรูปกันเพื่อเป็น ที่ระลึก และเล่นน้ำทะเล เนื่องจากบริเวณนี้ น้ำทะเลจะใส สามารถมองเห็นฝูงปลาสวยงามตัวเล็กๆ นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาเพื่อชมปรากฏการณ์ ทะเลแหวกนี้ ควรจะเดินทางมาในช่วง เวลาที่น้ำทะเลลงต่ำสุด ในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน
เกาะพีพี
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เกาะพีพีถือเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงที่สุด ใน บรรดาหมู่ เกาะในจังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ เกาะ พีพี ยังเคยเป็นสถาน ที่ถ่ายทำหลักของ ภาพยนตร์ เรื่อง The Beach ที่บริเวณ อ่าวมาหยา เกาะพีพี สามารถแบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก คือ เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับพื้นผิวทะเลโดยรอบ เกือบทั้ง เกาะ มีน้ำทะเลลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร เกาะพีพีมีอ่าวเวิ้งที่สวยงาม เช่น อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา และอ่าวโละซะมะ นอกจากนี้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมีถ้ำไวกิ้ง และเมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จประพาส ณ ถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามให้ใหม่ว่า " ถ้ำ พยานาค" ตามลักษณะ รูปร่างของหินก้อนหนึ่ง ที่คล้ายกับรูปเศียรยานาค อันเป็นที่เคารพ สักการบูชา ของชาวบ้าน ที่มาเก็บรังนกนาง แอ่น บนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออก และทิศใต้ได้พบภาพเขียนสีสมัยโบราณ เป็นรูปช้าง และรูปเรือ ต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่า ภาพเขียน เหล่านี้เป็นภาพเขียนฝีมือของนักเดินเรือ และพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้น ทางเดินเรือจาก ฝั่งตะวันตก ไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจจะเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุม ขนถ่าย สินค้าหรือแวะ ซ่อมแซมเรือได้
เกาะพีพีดอน มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง บริเวณแหลมตงนี้จะมีธรรมชาติ ใต้ท้องทะเลที่สวยงาม เหมาะแก่การดำน้ำ ชมปะการังและฝูงปลาสวยงาม
เกาะพีพีดอน มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง บริเวณแหลมตงนี้จะมีธรรมชาติ ใต้ท้องทะเลที่สวยงาม เหมาะแก่การดำน้ำ ชมปะการังและฝูงปลาสวยงาม
สระมรกต
เป็นสระน้ำสีเขียวมรกต อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น มีอุณหภูมิสูงประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส ล้อมรอบด้วยป่าเขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น เป็นที่อาศัยของนกหาดูยากหลากหลายชนิด เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ หรือนกเงือก เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถลง เล่นน้ำในสระมรกต เพื่อคลายความร้อน นอกจาก นี้ ยังมีเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ ที่จะเดินศึกษาธรรมชาติหรือนก รอบๆ สระมรกต อีกด้วย
ที่มา : http://www.go2krabi.com/สถานที่ท่องเที่ยว_กระบี่_เกาะลันตา







